fbpx

US VS UK ต่อโทที่ไหนดี?

เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดนิยม สำหรับคนที่เดินเข้ามาหาทีม EduSmith GradMBA พร้อมกับความตั้งใจที่อยากจะไปเรียนต่อ แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าโปรแกรมปริญญาโทของอเมริกากับอังกฤษ มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะเลือกไปเรียนที่ไหนดี

รูปแบบการเรียน

US: เนื้อหาการเรียนจะค่อนข้างกว้าง และครอบคลุมความรู้ที่ต้องใช้สำหรับในสายงานนั้นๆ อาจารย์มีความยืดหยุ่นที่จะปรับเนื้อหาการสอนตามความสนใจของผู้เรียน สำหรับโปรแกรมปริญญาโท นักเรียนจะได้ความรู้จากหลายๆทาง ทั้งจากชั้นเรียน ทำวิจัย และเน้นการลงมือปฏิบัติจริงทั้งในห้องเรียนและการฝึกงาน

UK: โปรแกรมปริญญาโทของฝั่งอังกฤษจะเน้นสอนแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญด้านนั้นๆมากกว่า ด้วยระยะเวลาการเรียนที่สั้นเพียง 1 ปี จึงจะเน้นไปที่เนื้อหาในชั้นเรียน มากกว่าฝั่งอเมริกา

ระยะเวลาการเรียน

เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างอเมริกาและอังกฤษ และบางคนอาจจะใช้ปัจจัยนี้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ

US: โปรแกรมส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 2 ปี 

UK: โปรแกรมส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 1 ปี

การให้ทุนต่างๆ

US: มีการสนับสนุนให้ทุนหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น scholarship, grant, fellowship, assistantships ซึ่งมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจะขอมาอธิบายใน blog ต่อๆไป จุดที่น่าสนใจ คือ ฝั่งอเมริกาจะมีทุนสนับสนุนสาย STEM ค่อนข้างเยอะ

UK: คล้ายกันกับฝั่งอเมริกา โดยแต่ละมหาวิทยาลัยมีวิธีการให้ทุน และประเภททุนแตกต่างกันออกไป ทีม EduSmith แนะนำว่าควรหาข้อมูล หรือติดต่อสอบถามกับมหาวิทยาลัยโดยตรง

วัฒนธรรมและประสบการณ์ที่จะได้รับ

US: อเมริกาเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีรัฐต่างๆ ที่แต่ละโซนก็มีความแตกต่างทั้งภูมิอากาศ ส่งผลต่อกิจกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ รวมถึงมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ จากคนรอบโลก ทำให้นักเรียนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างมากมาย ในแคมปัสเองก็มีกิจกรรม กีฬา ดนตรี รวมถึงคลับต่างๆให้ได้พบปะกับเพื่อนๆจากทั่วโลก

UK: ฝั่งอังกฤษจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมมากกว่า ด้วยอังกฤษเองมีประวัติศาสตร์ มีความเก่าแก่มากกว่า เหมาะกับคนที่ชอบท่องเที่ยวสถานที่ที่มีความเป็นมายาวนาน หรือเดินชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ต่างๆ เรื่องความหลากหลายของเชื้อชาติในชั้นเรียนอาจจะน้อยกว่าอเมริกาอยู่บ้าง

การหางาน

US: มหาวิทยาลัยในอเมริกาจะมี connection กับบริษัทในอุตสาหกรรมต่างๆ ช่วยสร้างโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกงาน ได้ทำความรู้จักกับคนใน นำไปสู่การสมัครร่วมงานกัน 

UK: คล้ายกันกับมหาวิทยาลัยฝั่งอเมริกา ฝั่งอังกฤษเองก็โดดเด่นในการผลิตนักเรียนที่มีความรู้และทักษะความเชี่ยวชาญในโปรแกรมที่เรียน และ connect นักเรียนกับคนในอุตสาหกรรมการทำงาน นอกจากนี้ประเทศอังกฤษก็เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติสามารถหางานหลังจากเรียนจบได้

 

 

สุดท้ายนี้ เราขอสรุปให้ว่า ไม่ว่าจะไปเรียนต่อโทที่อเมริกาหรืออังกฤษ ย่อมดีทั้งคู่ เพราะทั้ง 2 ประเทศนี้ มีระบบการศึกษาที่ได้มาตรฐานระดับโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้ได้ไปสัมผัสเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และยังสามารถมอบโอกาสการทำงานที่ดีในอนาคตได้อีกด้วย

หากจะตัดสินใจเลือกที่ใดที่หนึ่ง ก็ต้องมาพิจารณาดูในหลายๆส่วนอย่างที่กล่าวมาเบื้องต้น รวมทั้งเป้าหมายส่วนตัวในการเรียนต่อ และการทำงานของแต่ละคนด้วย 

แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยที่ไหนจะดีกับเราที่สุด แล้วจะเริ่มต้นหาข้อมูลที่ตรงไหนดี คำถามนี้ให้ทีม EduSmith ช่วยตอบ พูดคุยกับที่ปรึกษาของเรา ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาฟรี เพียงแอด Line Official Account @edusmithgradmba หรือ คลิก

เพิ่มเพื่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

mba

Journey to EMBA – Nueng (EduSmith’s student)

First of all, it is my honor to share my journey from being a local high schooler to becoming a world-class EMBA student. I hope my experience will benefit anyone who is currently on their journey to an MBA or considering, puzzling over, and wondering how to start, what the journey looks like, and how EduSmith helped me with my MBA journey as well as what the world-class EMBA experience is like. &

อ่านเพิ่มเติม »
mba

เทียบค่าเทอมเรียนต่อปริญญาโท Top U ในอังกฤษและอเมริกา

สำหรับคนที่อยากไปเรียนต่อปริญญาโท โดยเฉพาะในด้าน Business Management หรือ MBA อาจจะสงสัยว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ โดยเฉพาะค่าเรียนเป็นอย่างไร  วันนี้ EduSmith จะมาสรุปค่าเล่าเรียนคร่าวๆ ของมหาวิทยาลัยและหลักสูตรชื่อดัง ทั้งในประเทศอังกฤษ (UK) และอเมริกา (USA) มาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพแบบง่ายๆ เราขอเปรียบเทียบค่าเทอมของหลักสูตรและมหาวิทยาลัยชั้นนำ 5 แห่งในอเมริกาดังนี้ Ranking มหาวิทยาลัย โป

อ่านเพิ่มเติม »
GMAT

ตอบทุกประเด็นคำถามเกี่ยวกับ GMAT Focus Edition โดยที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก EduSmith

สำหรับใครที่อยากฟังแบบเต็มๆ คลิกเลย! https://youtu.be/6Aeczum3i0k GMAT Focus Edition คืออะไร GMAT เป็นหนึ่งในข้อสอบ Standardised Test ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดสำหรับการสมัครเรียนต่อปริญญาโทด้าน Business Management โดยมหาวิทยาลัยจะใช้คะแนน GMAT ร่วมกับวุฒิการศึกษา การเขียน Essays ประสบการณ์การทำงาน และ Recommendation letters เพื่อประเมินความพร้อมในการเข้าเรียนต่อในหลักสูตรที่คุณสมัคร  ข้อสอบ

อ่านเพิ่มเติม »
GMAT

อัพเดตลิสต์มหาวิทยาลัยในอเมริกาที่รับผลสอบ GMAT Focus Edition 

จากการที่ทาง Graduate Management Admission Council (GMAC) ได้ออกประกาศการเปลี่ยนแปลงข้อสอบ GMAT เป็นรูปแบบใหม่ในช่ื่อ GMAT Focus Edition ที่ได้มีผลเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2023 ที่ผ่านมา หลายๆคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ GMAT เพื่อสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกาอาจจะสงสัยว่ามีมหาวิทยาลัยไหนบ้าง ที่รับผลสอบของ GMAT Focus Edition แล้ว รวมถึงคำถามสำคัญที่ว่าควรเลือกสอบ GMAT เวอร์ชันไหน

อ่านเพิ่มเติม »
gmat-vs-gre-th
GMAT

GMAT หรือ GRE: แตกต่างกันอย่างไร และข้อสอบตัวไหนที่เหมาะกับเรา

GMAT (Graduate Management Admission Test) และ GRE (Graduate Record Exam) เป็นข้อสอบวัดระดับที่มหาวิทยาลัยใน US และ UK ใช้ในการคัดเลือกเข้าโปรแกรมปริญญาโทและ MBA สำหรับใครที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับปริญญาโท การเลือกข้อสอบให้ตรงความต้องการนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก ภาพรวม GRE เป็นข้อสอบจาก ETS (ผู้จัดสอบเดียวกับ TOEFL) ตัวข้อสอบของ GRE นั้นเป็นที่ยอมรับสำหรับการสมัครเข้าปริญญาโทหรือ Master’s ใ

อ่านเพิ่มเติม »
GMAT

GRE VS. GMAT

What are the differences, and how to decide which one is right for you? GMAT (Graduate Management Admission Test) and GRE(Graduate Record Exam) are two extremely popular standardized exams required by most MBA and graduate programs in the US and the UK. If you are currently looking into applying to top graduate programs, it is extremely important to decide early on whether you want to take GMAT or

อ่านเพิ่มเติม »