ในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ College Board ได้ประกาศรอบสอบ SAT ออกมาทั้งหมด 8 รอบด้วยกัน โดยจาก 8 รอบ มีทั้งหมด 3 รอบในช่วงต้นปี ที่มีการยืนยัน และประกาศวันเปิดรับสมัครแล้ว สำหรับนักเรียนที่มีคะแนนสอบที่ตั้งเป้าไว้ ทางสถาบันแนะนำให้วางแผนลงสอบแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากโดยเฉลี่ยแล้ว นักเรียนส่วนมากมักจะต้องสอบมากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อได้คะแนนที่ต้องการ อีกทั้ง จำนวนสนามสอบและที่นั่งในแต่ละรอบมีจำกัด จึงต้องมีการวางแผนสอบอย่างรอบคอบ
ด้านล่างนี้คือ ตารางวันสอบ SAT ทั้งหมดในปี 2026 รวมรอบที่ยืนยันแล้วและรอการยืนยัน โดย 3 รอบที่ได้รับการยืนยันแล้วคือ วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม, 2 พฤษภาคม, และ 6 มิถุนายน น้อง ๆ สามารถอิงจากรอบสอบทั้งหมด เพื่อวางแผนในการเตรียมตัวเพื่อให้ได้คะแนนที่น้อง ๆ ต้องการ
College Board ได้ประกาศรอบสอบ SAT ที่จะมีขึ้นในปี 2026 - 2027 ทั้งหมด
- วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2026
- วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2026
- วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2026
- วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2026
- วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2026
- วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2026
- วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2026
- วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2027
- วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม 2027
- วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2027
สำหรับใครที่ต้องการสอบ SAT ปี 2026 – 2027 สามารถเข้าไปสมัครสอบผ่านทางเว็บไซต์ College Board ได้แล้วตั้งแต่วันนี้
ทำไมคะแนน SAT ถึงสำคัญ และควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?
คะแนน SAT เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ Application สำหรับการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ รวมถึงคณะอินเตอร์ในประเทศไทยอีกด้วย โดยหลายมหาวิทยาลัยใช้คะแนน SAT เป็นตัวชี้วัดศักยภาพด้านวิชาการ ความพร้อมทางการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการทำข้อสอบภายใต้ความกดดัน
คุณครูผู้เชี่ยวชาญด้าน SAT ของ EduSmith แนะนำให้น้อง ๆ เริ่มเตรียมตัวสอบ SAT ให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการปูพื้นฐานและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้แข็งแรงนั้นใช้เวลา โดยเฉพาะการสอบปัจจุบันของ SAT ที่เป็น Section-Adaptive ซึ่งแตกต่างจากข้อสอบแบบเดิมในหลายด้าน
ควรเริ่มเตรียมสอบ SAT เมื่อไหร่?
นักเรียนต้องเริ่มอ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบ และลงคอร์สปูพื้นฐาน SAT ตั้งแต่ช่วง Grade 9 / Year 10 / ม.3 เพราะการสอบ SAT ไม่ได้วัดแค่ความรู้ตามหลักสูตร แต่ยังประเมินทักษะสำคัญ เช่น การอ่านเชิงวิเคราะห์ ความเร็วในการทำข้อสอบ การแก้ปัญหาเชิงตรรกะ และความสามารถจัดการเวลาในสถานการณ์ที่กดดัน ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยทั่วไป น้อง ๆ จะต้องใช้คะแนน SAT เมื่อถึงช่วง Grade 11 / Year 12 / ม.5 เพื่อยื่นสมัครมหาวิทยาลัย ดังนั้นการเริ่มเร็วย่อมมีข้อได้เปรียบ ทั้งด้านเวลา ความพร้อม และโอกาสในการสอบหลายรอบเพื่อเก็บคะแนนที่ดีที่สุด
หากคุณพ่อคุณแม่ หรือน้องๆกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยวางแผนการสอบให้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่าลังเลที่จะติดต่อทีม EduSmith ได้เลย เรามีทีมงาน Course Consultant พร้อมช่วยแนะนำเส้นทางการเตรียมสอบและวางแผนให้เหมาะกับน้อง ๆ แต่ละคน






