ทำไม GRE ถึงกำลังกลายเป็นตัวเลือกข้อสอบที่สำคัญในโลก MBA Admissions (และนั่นหมายถึงอะไรสำหรับคุณ)
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การสมัคร MBA มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นคือ “ความนิยมในการสอบ GRE” ในการสมัครเข้า MBA โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Top MBA Programs ที่ก่อนหน้านี้เคยเน้น GMAT เป็นตัวชี้วัดหลักของความสามารถผู้สมัคร
ข้อมูลจากรอบการรับสมัครปี 2023-2024 ที่เผยแพร่โดย U.S. News & World Report เผยว่า 17 จาก 54 MBA programs ชั้นนำได้รับคะแนน GRE มากกว่า GMAT จากผู้สมัครในปีล่าสุด และตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2022 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้สมัครและโรงเรียนเองกำลังเปลี่ยนมุมมองต่อการยื่นคะแนน GRE มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม MBA programs ชั้นนำส่วนใหญ่ ยังรับทั้งคะแนนสอบ GRE และ GMAT โดยไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเลือกดูคะแนนข้อสอบใดมากกว่ากัน โดยทั้ง Harvard, Wharton, Stanford และโรงเรียนอื่นๆ ระบุว่า ไม่มีความต่างในการนำคะแนน GRE และ GMAT มาพิจารณาในการสมัคร ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครสามารถเลือกข้อสอบที่เหมาะกับจุดแข็งของตัวเองได้
ทำไม GRE ถึงได้รับความนิยมจาก Admissions มากขึ้น
เพราะมหาวิทยาลัยชั้นนำ ต้องการความหลากหลายในชั้นเรียน ไม่ว่าจะทางด้านพื้นฐานการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน อาชีพ วิชาการ รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้สมัคร ดังนั้น การเปิดรับการยื่นคะแนนทั้ง GRE และ GMAT สามารถช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้สมัครที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งตัว GRE (Graduate Record Examination) นี้ เป็นข้อสอบที่ออกแบบมาเพื่อวัดศักยภาพทางการคิดเชิงเหตุผล และพื้นฐานการคิด หมายความว่าผู้ที่มาจากสาย Non-business, Humanities และ Social Sciences สามารถใช้ GRE เป็นเครื่องมือในการแสดงศักยภาพได้อย่างเท่าเทียมกับผู้สอบ GMAT และมหาวิทยาลัยยังสามารถใช้เปรียบเทียบผู้สมัครที่มาจากหลาย background และสะท้อนภาพรวมของศักยภาพผู้สมัครได้ครบถ้วนกว่าเดิมอีกด้วย
เหตุผลที่ผู้สมัครเลือก GRE มากขึ้น
1. แรงกดดันด้านการเตรียมข้อสอบในพาร์ท Quant ของ GRE น้อยกว่า GMAT
เนื่องจากในพาร์ท Quant ของ GRE จะเน้นการสอบคณิตศาสตร์พื้นฐาน ได้แก่ พีชคณิต (Algebra), เลขคณิต (Arithmetic) และ Data Analysis โดยไม่เน้นโจทย์เชิงธุรกิจ และไม่ได้กดดันด้านความเร็วมากเท่า GMAT ในขณะที่ GMAT จะวัดความรู้ทางคณิตศาสตร์เชิง Reasoning ที่มีความซับซ้อนและความกดดันสูงกว่า โดยเน้นการวัดความเข้าใจแนวคิดทางคณิตศาสตร์ร่วมกับการใช้เหตุผลอย่างเข้มข้น ดังนั้นผู้สมัครที่ถนัดการอ่าน วิเคราะห์ และการเขียน โดยเฉพาะผู้ที่มาจากสาย Non-business หรือไม่มีพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์เชิงธุรกิจ จึงมักรู้สึกว่า GRE เป็นข้อสอบที่สอดคล้องกับทักษะและศักยภาพของตนเองมากกว่า และสามารถเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องใช้เวลาในการปรับพื้นฐานเชิงธุรกิจมากนัก
2. พาร์ท Verbal ของ GRE สอดคล้องกับทักษะเชิงวิชาการมากกว่า
ในพาร์ท Verbal ของ GRE จะเน้นการวัดความสามารถในการอ่านและทำความเข้าใจบทความยาว การตีความความหมายของคำศัพท์จากบริบท และการวิเคราะห์เหตุผลเชิงภาษา มากกว่าการทดสอบกฎไวยากรณ์หรือโครงสร้างประโยคแบบเฉพาะทาง ผู้สมัครที่มีพื้นฐานด้าน Humanities, Social Sciences หรือผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการอ่านและเขียนเชิงวิชาการเป็นประจำ จึงสามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้ชัดเจนผ่านข้อสอบ GRE มากกว่า GMAT ซึ่งมีลักษณะการทดสอบเชิง logic และ sentence correction ที่เฉพาะทางกว่า
3. GRE เปิดโอกาสให้ผู้สมัครมีความยืดหยุ่นในการวางแผนการสมัครมากกว่า
คะแนน GRE สามารถใช้สมัครได้ทั้ง MBA และหลักสูตรระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ในหลากหลายสาขา ทำให้ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเส้นทาง MBA เพียงอย่างเดียวตั้งแต่ต้น ผู้ที่ยังอยู่ในช่วงสำรวจทิศทางการเรียนต่อ หรือมีแผนสำรองหลายทาง จึงมองว่า GRE เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีความยืดหยุ่นมากกว่า
4. รูปแบบข้อสอบของ GRE ลดความได้เปรียบของ “นักทำข้อสอบ”
GRE ถูกออกแบบมาเพื่อวัดศักยภาพทางการคิดเชิงวิเคราะห์และการเรียนรู้ในระยะยาว มากกว่าการวัดความสามารถในการทำข้อสอบภายใต้แรงกดดันด้านเวลาเพียงอย่างเดียว เมื่อเทียบกับ GMAT ที่มีลักษณะ adaptive และกดดันด้านเวลาอย่างชัดเจน ผู้สมัครจำนวนมากจึงรู้สึกว่า GRE สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของตนเองได้ดีกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ถนัดการทำข้อสอบที่ต้องใช้ความเร็วสูง
GRE VS GMAT
| มิติ | GRE | GMAT / GMAT Focus |
| จุดประสงค์ | สมัคร Grad ได้หลายสาขา (MBA, Master, PhD) | สมัคร Business School โดยเฉพาะ |
| Quant | คณิตพื้นฐาน ไม่เน้นโจทย์ธุรกิจ ความเร็วไม่โหด | Quant เชิง Reasoning กดดันกว่า |
| Verbal | เน้น Reading, Vocabulary, Context | เน้น Logic, Sentence Structure |
| Writing | Analytical Writing (Essay วิเคราะห์) | ไม่มี Analytical Writing Assessment (ใน GMAT Focus) |
| ลักษณะข้อสอบ | วัดการคิดเชิงวิเคราะห์ระยะยาว | วัดการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน |
| ความยืดหยุ่น | ใช้สมัครได้หลายโปรแกรม | โฟกัส MBA เป็นหลัก |
| ผู้สมัครที่เหมาะ | Non-business / Humanities / Social Sciences | Business / Finance / Data / Consulting |
ควรวางกลยุทธ์สำหรับการสอบ GRE อย่างไร?
1. เปลี่ยนวิธีวางตำแหน่งตัวเองในใบสมัคร
การเลือกใช้ GRE เปิดโอกาสให้ผู้สมัคร เล่าเรื่องตัวเองในฐานะ academic thinker มากกว่า business-only profile ผู้สมัครสามารถเน้นจุดแข็งด้าน การคิดเชิงวิเคราะห์ การอ่านและสังเคราะห์ข้อมูล และการเขียนและสื่อสารเชิงเหตุผล ซึ่งสอดคล้องกับ MBA programs ที่ให้ความสำคัญกับ Classroom contribution และ Intellectual diversity มากขึ้น
2. เปิดโอกาสให้ Non-Business Applicants แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
GRE ลด bias ที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครสาย Finance, Consulting หรือ Engineering
ผู้สมัครจากสาย Humanities, Social Sciences, Policy, NGO, Education, Creative และอื่นๆ สามารถใช้ GRE เป็นเครื่องมือพิสูจน์ศักยภาพได้ โดยไม่ถูก Disadvantage จากข้อสอบที่เน้น Business Reasoning แบบ GMAT
3. ส่งผลต่อกลยุทธ์การเขียน Essay และ Storytelling
เมื่อใช้ GRE ผู้สมัครสามารถวางกลยุทธ์การเขียน Essay และการเล่าเรื่อง โดยเน้นการสะท้อนศักยภาพในการเรียนรู้และ Intellectual curiosity เพื่อเชื่อม Background เดิมเข้ากับ MBA ได้ลึกกว่าผ่านวิธีคิด กระบวนการเรียนรู้ และมุมมองเชิงวิเคราะห์ โดยไม่จำเป็นต้องพยายามชดเชยเรื่อง Quantitative business skill ใน Essay ส่งผลให้เรื่องราวที่นำเสนอมีความเป็นตัวตน สอดคล้องกับภูมิหลังของผู้สมัคร และมีความแตกต่างอย่างชัดเจนในสายตาของคณะกรรมการรับสมัคร และสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของผู้สมัครได้ดีกว่า
4. สอดรับกับทิศทางการคัดเลือกของ MBA Schools ในปัจจุบัน
โรงเรียน MBA ชั้นนำมุ่งสร้างห้องเรียนที่มีความหลากหลายทางวิชาการ มีมุมมองข้ามศาสตร์ และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Corporate track ผู้สมัคร GRE จึงอยู่ในตำแหน่งที่ สอดคล้องกับ demand ของโรงเรียนมากขึ้นในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ในเชิงคะแนน
สรุปคือ ทั้งสองแบบต่างมีการวัดความสามารถในแบบของตัวเอง GRE ไม่ได้มาแทน GMAT แต่กำลังเพิ่มบทบาทเพราะตอนนี้ GRE ไม่ใช่ตัวเลือก “รอง” อีกต่อไปในโลก MBA ด้วยตัวเลขการยื่นคะแนนที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในหลาย Top MBA Programs และการยอมรับที่เท่าเทียมกันโดย Admissions committees
GRE กำลังกลายเป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้สมัครอย่างแท้จริง ดังนั้นถ้าคุณถนัด Verbal reasoning และอยากโชว์ศักยภาพเชิง Critical thinking ข้อสอบ, GRE อาจเป็นตัวเลือกที่เพิ่มโอกาสให้กับ profile ของคุณได้มากกว่าที่คิด
สำหรับใครที่ต้องการเริ่มที่จะวางแผนการสอบ GMAT หรือ GRE รวมถึงการสมัครเรียนต่อ MBA และ Master’s degree ไม่ว่าจะเป็นทั้งใน US หรือ UK สามารถเข้ามารับคำปรึกษา Strategic Consultation กับทาง EduSmith เพื่อสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณกับ Counselor ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือคนไทยไปเรียนต่อ Top University ในประเทศชั้นนำของโลกมาแล้วมากกว่า 10 ปี สามารถแอดไลน์ได้ที่ @EduSmithGradMBA





