fbpx

Myth Number 1

GRE is NOT accepted by top MBA programs

โปรแกรมที่เป็น Top MBA ไม่รับคะแนน GRE

In the past, GMAT might have been the preferred or even required test for top MBA programs. However, this is no longer true. GRE is now accepted by all major MBA programs in the US, UK, and Europe.

‘จะเรียน MBA ต้องใช้คะแนน GMAT เท่านั้น’ นี่น่าจะเป็นภาพจำของเกณฑ์การสมัครเข้า MBA ของหลายๆคน แต่ความจริงแล้วมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศในยุโรปต่างก็รับคะแนน GRE ด้วยเหมือนกัน

This article from Poets & Quants shows that admitted candidates who submitted GRE scores have been increasing at 42 of the top 50 full-time MBA programs in the United States. Admissions committees at most top MBA programs now consider the candidates’ GMAT and GRE scores equally, and there is even this official score converter by ETS that lets you clearly compare your GRE scores with GMAT.

บทความ จาก Poets & Quants นี้ แสดงตัวเลขของผู้สมัครที่ได้การตอบรับจาก Top 50 MBA โปรแกรมในสหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นว่ามีผู้สมัครที่ใช้คะแนน GRE เพิ่มขึ้นถึง 42% แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครเข้าโปรแกรม MBA ชั้นนำ พิจารณาผู้สมัครผ่านคะแนน GMAT และ GRE อย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ สถาบันผู้จัดสอบอย่าง ETS ยังมีสเกลเปรียบเทียบคะแนน GRE กับคะแนน GMAT ให้ดูอีกด้วย เป็นการตอกย้ำได้ดีว่าข้อสอบสองตัวนี้สามารถนำมาชี้วัดความสามารถของผู้สมัครได้เท่าเทียมกัน


Myth Number 2

GRE is for people who are good with verbal and bad at math

“GRE เหมาะสำหรับคนที่เก่งภาษา ที่ไม่ถนัดเลข

This is partly true from the test design perspective. The analytical writing section of GRE consists of TWO essay tasks, as opposed to just ONE essay for GMAT.

ถ้าพิจารณาจากตัวข้อสอบแล้ว ความเชื่อนี้ก็ถือว่าไม่ผิด เพราะในพาร์ท analytical writing ของ GRE นั้น มี เรียงความให้เขียนถึง 2 tasks ด้วยกัน แต่ใน GMAT นั้นผู้สอบต้องเขียนตอบแค่เรียงความเดียว

GRE’s verbal section also demands an extensive knowledge of vocabulary (for which you can find plenty of online flashcards and apps), whereas GMAT focuses more on grammatical knowledge. 

นอกจากนี้ การจะทำพาร์ท Verbal ของ GRE นั้น ให้ได้ดีนั้น ผู้สอบต้องมีความรู้และคลังคำศัพท์ที่กว้างมาก เนื่องจากศัพท์ที่อยู่ในข้อสอบนั้นค่อนข้างยาก และไม่ได้เป็นศัพท์ที่คนใช้ภาษาทั่วไปอาจเคยเห็นมาก่อน (คำศัพท์เหล่านี้ยากขนาดไหน? เราแนะนำให้ลองค้นหาได้จากในอินเตอร์เน็ต โดยผู้สอบสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหรือใช้ flashcards ในการช่วยท่องศัพท์)

However, the BEST way to know if GRE is right for you is to take a mock test. You can try the official practice test here or take contact us for EduSmith’s mock exam.

แต่ไม่ได้หมายความข้อสอบ GMAT ภาษาอังกฤษจะง่าย เนื่องจากข้อสอบ GMAT จะเน้นเป็นการทดสอบความรู้ของ grammar หรือไวยากรณ์ของภาษาอังกฤษ วิธีที่ดีสุด ในการตัดสินใจจะเลือกสอบระหว่าง GRE หรือ GMAT ก็คือการลอง mock test ดู โดยถ้าจะให้ชัวร์ก็ควรจะลองสอบทั้ง GRE และ GMAT จะได้รู้กันไปเลยว่าเราเหมาะกับอันไหนมากกว่ากัน 

ลองทำแบบทดสอบ GRE ได้ที่นี่หรือถ้าอยากลองสอบทั้งคู่ พร้อมฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้าน GRE และ GMAT ในการพัฒนาคะแนน สามารถติดต่อมาที่สถาบัน EduSmith เพื่อนัดหมายทำข้อสอบได้เลย


Myth Number 3

You have to pay attention to the first few questions to get a higher score

ข้อแรกๆสำคัญที่สุดถ้าต้องการได้คะแนนสูงๆ

To a certain level, this might apply to the GMAT, but not the GRE.

ข้อแรกๆมีความสำคัญในระดับนึงสำหรับ GMAT แต่ไม่ใช่สำหรับ GRE

One of GMAT’s key features is that the test is question-adaptive. This means that if you answer the current set of questions correctly, the next set of questions will become more difficult (and vice-versa). This test design can be very intimidating for students who are stressed out by the test that keeps getting more and more difficult. This also means that students cannot go back and review their previous answers.

หนึ่งในความพิเศษของข้อสอบ GMAT ก็คือข้อสอบนั้นเป็นแบบ question-adaptive หรือ ปรับตามการตอบคำถามให้ถูกติดๆกันหลายๆข้อ ซึ่งหมายความว่าหากทำเซตคำถามเซตแรกถูกต้อง เซตคำถามต่อมาก็จะเพิ่มระดับความยากขึ้นไป (นั่นหมายความว่า หากตอบผิด ระบบก็จะปรับให้เซตคำถามถัดไปง่ายลงไปด้วย) ข้อสอบรูปแบบนี้อาจจะฟังดูน่ากลัว เพราะผู้สอบอาจจะต้องเจอกับคำถามที่ยากมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อตอบไปแล้ว ก็ไม่สามารถกลับไปทวนและแก้คำตอบข้อก่อนๆได้อีกด้วย

The GRE is also adaptive, but the difficulty is adaptive by section and NOT by question. What this means is that the questions do not change within the section depending on whether you answer them correctly. Your performance on the first section will determine whether you get an easy section or a difficult section next. This allows students to check their previous answers.

GRE ก็เป็นแบบ adaptive เหมือนกัน แต่ที่ต่างกัน คือ GRE จะปรับระดับให้ยากขึ้น หรือ ง่ายลงตามแต่ละ “section” ที่ทำ ไม่ใช่ปรับตามเซตคำถาม แปลว่า เมื่อทำแต่ละข้อแล้วจะไม่ได้ปรับให้ยาก/ง่ายขึ้นในข้อถัดไปทันที ข้อดีก็คือ ผู้สอบยังสามารถกลับมาแก้ไขคำตอบใน section นั้นๆได้ ก่อนที่จะเริ่มทำ section ต่อไป


Myth Number 4

If you don’t know the answer, don’t guess—leave it blank

“ถ้าไม่รู้คำตอบ ให้ข้ามข้อไปเลย

Important tip to remember: GRE does NOT penalize you for wrong answers. 

GRE ไม่หักคะแนนถ้าตอบผิด! ถ้าเดาก็มีโอกาสถูก แต่ถ้าข้ามก็เสียคะแนนข้อนั้นไปแน่นอน

However, keep in mind that if you answer incorrectly multiple times in one section, the GRE algorithm will reduce the test difficulty in the next section. This will lower your final score, which is based on the total number of correct answers and the level of difficulty of those questions.

แต่อย่าเพิ่งตอบมั่วไปทุกข้อ อย่าลืมว่าข้อสอบ GRE นั้นใช้รูปแบบแปรผันความยากง่าย ถ้าเกิดตอบผิดหลายๆข้อ section ต่อไปก็จะถูกปรับระดับให้ง่ายลง ซึ่งจะหมายความว่าคะแนนรวมที่ได้ก็จะไม่สูง ทางที่ดีที่สุดก็ยังเป็นการตอบให้ถูกให้ได้มากข้อที่สุดนั่นเอง

This advice also applies to GMAT. Due to the complex adaptive algorithm of GMAT, you cannot proceed without answering the current question. In fact, unanswered questions at the end of the test adversely affect scores more than incorrect answers. Moreover, on the verbal and quantitative sections of the GMAT, students should make every effort to avoid consecutive incorrect answers, because their scores will suffer more than from non-consecutive errors. 

ข้อสอบ GMAT ก็บังคับให้ต้องตอบทีละข้อ เพื่อทำข้อถัดไป โดยไม่สามารถข้ามไปทำข้ออื่นๆก่อนได้ ระบบการคำนวนของ GMAT ซับซ้อนมาก การข้ามข้อเยอะๆ จะทำให้คะแนนต่ำกว่าตอบผิดเสียอีก และอีกปัจจัยสำคัญที่ควรระวังสำหรับ GMAT ก็คือการที่ทำผิดติดกันหลายข้อ คะแนนจะต่ำกว่าการที่ไม่ได้ผิดติดๆกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

gmat-vs-gre-th
GMAT

GMAT หรือ GRE: แตกต่างกันอย่างไร และข้อสอบตัวไหนที่เหมาะกับเรา

GMAT (Graduate Management Admission Test) และ GRE (Graduate Record Exam) เป็นข้อสอบวัดระดับที่มหาวิทยาลัยใน US และ UK ใช้ในการคัดเลือกเข้าโปรแกรมปริญญาโทและ MBA สำหรับใครที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับปริญญาโท การเลือกข้อสอบให้ตรงความต้องการนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก ภาพรวม GRE เป็นข้อสอบจาก ETS (ผู้จัดสอบเดียวกับ TOEFL) ตัวข้อสอบของ GRE นั้นเป็นที่ยอมรับสำหรับการสมัครเข้าปริญญาโทหรือ Master’s ใ

อ่านเพิ่มเติม »
GMAT

GRE VS. GMAT

What are the differences, and how to decide which one is right for you? GMAT (Graduate Management Admission Test) and GRE(Graduate Record Exam) are two extremely popular standardized exams required by most MBA and graduate programs in the US and the UK. If you are currently looking into applying to top graduate programs, it is extremely important to decide early on whether you want to take GMAT or

อ่านเพิ่มเติม »
ielts

TOEFL or IELTS? Which to take? (2)

In our last blog, we laid out the structures of both tests. There is no definite answer on which is “easier” or “better,” as the format is different. But these are the questions that you could ask to help you decide which test is more suitable for you. 1.Where are you applying While TOEFL is more commonly accepted by American institutions, the IELTS is more accepted elsewhere, especially the Unite

อ่านเพิ่มเติม »
GRE

ข่าวดี! การสอบ GRE รูปแบบใหม่ ที่เด็กป.โทควรรู้!

ข้อสอบ GRE มีการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบใหม่ ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 นี้เป็นต้นไป!  จากบทความก่อนๆที่สถาบัน EduSmith เคยนำเสนอเกี่ยวกับข้อสอบ GRE ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแตกต่างระหว่างข้อสอบ GMAT กับ GRE ไปจนถึงการเตรียมตัวและแอพลิเคชั่นที่สำคัญสำหรับการสอบ GRE ในวันนี้ EduSmith มีข้อมูลข้อสอบ GRE ฉบับอัพเดท มานำเสนอให้ได้ศึกษากัน โดยข้อสอบรูปแบบใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 กันยาย

อ่านเพิ่มเติม »
finance

แนะนำหลักสูตร Master of Finance (MFin) ที่ MIT โปรแกรมตัว Top สำหรับคนที่สนใจเรียนต่อปริญญาโทด้าน Finance ใน USA

หนึ่งใน Business School ชื่อดังในอเมริกา ซึ่งนับว่าเป็นหลักสูตรระดับ Top ที่หลายคนต้องการสมัคร จะขาด MIT Sloan School of Management (MIT Sloan or Sloan) ไปไม่ได้เลย! นอกเหนือจากหลักสูตร MBA อันเป็นที่นิยมของนักเรียนต่างชาติทั่วโลกแล้วนั้น สำหรับคนที่เรียนสาย Finance และต้องการที่จะ Specialise ทางด้านนี้โดยเฉพาะ ทาง EduSmith ขอแนะนำโปรแกรม Master of Finance (MFin) หนึ่งในโปรแกรมระดับบัณฑิตศึกษา หรื

อ่านเพิ่มเติม »
Entrepreneurship

สมัครต่อโทด้าน Business ใน Top U ที่ USA & UK โปรแกรมไหนที่ใช่ ?

ยังคงเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่อยากไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน Business ในมหาวิทยาลัย Top U ทั้งที่ประเทศอังกฤษ (UK) และอเมริกา (USA) หลายคนสงสัยว่าแต่ละหลักสูตรมีความแตกต่างกันอย่างไร หลักสูตรไหนเหมาะกับความต้องการของเราบ้าง รวมไปถึงควรเลือกหลักสูตรไหนดี ระหว่าง MBA, Management, Entrepreneurship หรืออื่นๆ วันนี้ทาง EduSmith มีคำตอบมาให้! มาดูรายละเอียดของแต่ละหลักสูตรกัน! Master of Business Administra

อ่านเพิ่มเติม »